วัน: 17 เมษายน 2020

ประวัตินักฟุตบอล มาริโอ บาโลเตลลี่  ผู้ช่วยผู้จัดการสโมสร ลิเวอร์พูล ออกมากล่าวชื่นชม

ประวัตินักฟุตบอล มาริโอ บาโลเตลลี่ ผู้ช่วยผู้จัดการสโมสร ลิเวอร์พูล ออกมากล่าวชื่นชม

ประวัตินักฟุตบอล มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นหัวหอกจอมเกรียนประจำทีมว่าพยายามอย่างหนักในช่วงฝึกซ้อม

ประวัตินักฟุตบอล มาริโอ บาโลเตลลี่

โคลิน ปาสโค ผู้ช่วยผู้จัดการสโมสร ลิเวอร์พูล ออกมากล่าวชื่นชม มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกจอมเกรียนประจำทีมว่าพยายามอย่างหนักในช่วงฝึกซ้อม จนสามารถยิงประตูชัยในเกมเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 3-2 ได้ ทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

สามารถยัดเยียดความปราชัยให้ “ไก่เดือยทอง” ได้สำเร็จในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 83 จากการทำประตูชัยของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมนี้ มือขวาของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ออกมาให้สัมภาษณ์แทนกุนซือของทีมว่า “มาริโอ บาโลเตลลี่ ฝึกซ้อมอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ที่ผ่านมาเขามีอาการป่วย มันจึงเป็นเรื่องเยี่ยมที่เขาทำประตูชัยได้” “เขามีความสุขอย่างมากที่พาทีมคว้าชัยในรังแอนฟิลด์ ผมมั่นใจว่าเขาจะรู้สึกอย่างนั้น ตอนนี้เขาจะรับรู้ได้ว่าเขามีส่วนร่วมในการเล่นขอมทีมแน่นอน เราจำเป็นต้องชนะในเกมนี้เพื่อขยับเข้าใกล้พื้นที่ท็อปโฟร์ เราคิดไว้เสมอว่าเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เราจะคว้าสามแต้มเพื่อลดช่องว่าง”

ประวัติของ มาริโอ บาโลเตลลี่
ชื่อเต็ม : มาริโอ บาวูห์ บาโลเตลลี่
วันเกิด : 12 สิงหาคม 1990 (อายุ 24 ปี)
เกิดที่ : ปาแลร์โม่ , ประเทศอิตาลี
สัญชาติ : อิตาลี
ส่วนสูง : 189 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า
สโมสรปัจจุบัน : เอซี มิลาน

ประวัติส่วนตัว ชีวิตในวัยเด็ก
มาริโอ บาโลเตลลี่ เกิดที่เมือง ปาแลร์โม่, เกาะ ซิซิลี โดยย้ายถิ่นฐานมาจาก กานา พร้อมกับครอบครัว ตั้งแต่อายุได้ 2 ขวบ ปี 1993 ในวัย 3 ขวบเขาต้องกลายมาเป็นบุตรบุญธรรมของครอบครัวชาวอิตาลี โดยอาศัยอยู่ในเมือง คอนเซซิโอ, เบรสชา ทางตอนเหนือของอิตาลี พร้อมต่อท้ายนามสกุลตัวเองเป็นบาโลเตลลี่

ประวัติการค้าแข้ง ลูเมซซาเน่
บาโลเตลลี่เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลกับ ลูเมซซาเน่ จนอายุ 15 ปี ก็ได้เลื่อนขั้นติดทีมชุดใหญ่ โดยประเดิมนัดแรกพบกับ ปาโดว่า ในศึกเซเรีย ซี เมือ่วันที่ 2 เมษายน 2006

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
2010-11 วันที่ 12 สิงหาคม 2010 บาโลเตลลี่ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 21.8 ล้านปอนด์ โดยเป็นการร่วมงานกันอีกครั้งกับเจ้านายเก่า โรแบร์โต้ มันชินี่ โดยเลือกสวมเบอร์ 45 ที่ขอมาจาก เกร็ก คันนิ่งแฮม
วันที่ 19 สิงหาคม 2010 บาโลตลลี่ ลงประเดิมให้ทีม ในเกมบุกไปเยือนชนะ โปเลคติก้า ทิมิโซร่า 1-0 ในยูโรป้า ลีก จากนั้นวันที่ 24 ตุลาคม 2010 ก็เปิดซิงให้ทีมในเกมลีกทีแพ้อาร์เซน่อลไป 3-0 ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม เข้าทำให้ทีมได้ 1 ประตู ในเกมเฉือนชนะ วูลฟ์แฮมป์ตัน ไป 2-1
วันที่ 21 ธันวาคม 2010 เขาได้รับรางวัล โกลเด้น บอย ซึ่งได้รับถัดจาก ลิโอเนล เมสซี่ ในปีก่อน โดยไม่วายแขวะว่า เขาไม่รู้จัก แจ็ค วิลเชียร์ ของอาร์เซน่อล แต่อย่างใด
วันที่ 28 ธันวาคม 2010 เขาทำแฮตทริกครั้งแรกให้ทีม ในเกมถล่ม แอสตัน วิลล่า 4-0
วันที่ 14 พฤษภาคม 2011 เขากลายเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่ชนะ สโต๊ค ซิตี้ ไป 1-0 เป็นโทรฟี่แรกของสโมสรในรอบ 35 ปี

2011-12
เขาประเดิมลูกแรกของฤดูกาล 2011-12 ในนัดที่ชนะ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ไป 2-0 ในถ้วยลีกคัพ
วันที่ 23 ตุลาคม 2011 เขากดสองลูก ในเกมถล่ม แมน ยูไนเต็ด คาสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด 6-1 จากนั้นได้ประเดิมเกมถ้วยยุโรปครั้งแรก ที่พบกับบียาร์รีล โดยซัดจุดโทษไป 1 ลูก ต่อมาเขาถูกเอฟเอ แบนห้ามลงสนามไป 4 เกม หลังจากตั้งใจเตะใส่ สก็อต พาร์กเกอร์ ในเกมพบ สเปอร์ส  อย่างไรก็ตาม เขาถูกวิพากษ์อย่างหนัก ในจังหวะแย่งกันยิงฟรีคิกกับ อเล็กซานเดร์ โคลารอฟ จนมีปากเสียงกัน
วันที่ 8 เมษายน 2012 บาโลเตลลี่ ถูกแบนไปอีก 3 เกม หลังจากรับใบเหลืองไปอีก จากจังหวะไปปะทะกับ บาการี่ ซานญ่า ในเกมแพ้ อาร์เซน่อล 1-0 จนมันชินี่ ต้องออกมาประกาศว่า จะให้โอกาสบาโลเตลลี่ เป็นครั้งสุดท้าย และพร้อมจะขายทิ้งหากมีปัญหาอีก ที่สุดแล้ว เขาจบซีซั่นนี้ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก นับตั้งแต่หนสุดท้ายเมื่อปี 1968

2012-13
ในเดือน ธันวาคม 2012 เขามีปัญหาอีกครั้งจนถูกลงโทษปรับเงินค่าแรง 2 สัปดาห์ ในเรื่องความประพฤติ จนพลาดการเล่นไปอีก 11 เกม เพราะโทษแบน

มิลาน
วันที่ 29 มกราคม 2013 เอซีมิลาน ประกาสคว้าตัวเขามาร่วมทีม ด้วยสัญญา 5 ปี มูลค่า 20 ล้านปอนด์ โดย มันชินี่ บอกว่า นี่คือเรื่องที่ถูกต้องที่เขาย้ายไป และสักวันเขาจะกลายเป็นนักเตะที่ดีสุดในโลก โดย บาโลเตลลี่ ยังเลือกสวมเบอร์ 45 ตามเดิม 2012-12
วันที 3 มีนาคม 2013 บาโลเตลลี่ ประเดิมเหมาสองประตูให้ มิลาน ในเกมชนะ อูดิเนเซ่ 2-1 ต่อมาเขากดเบิ้ลได้อีก ในเกมเจอ ปาร์ม่า ซีซั่นนี้เขาโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจมาก จบซีซั่นซัดไป 12 ลูก จาก 13 เกม และพาทีมคว้าโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ด้วย

2013-14
วันที่ 22 กันยายน 2013 เขาพลาดการทำจุดโทษเป็นครั้งแรก จากทั้งหมด 22 หน โดยถูกเซฟจาก เปเป เรน่า ในเกมแพ้ นาโปลี 2-1
โดยเกมที่ฮือฮาของเขาคือ เกมที่เสมอ ลิวอร์โน่ 2-2 เขายิงฟรีคิกจากระยะ 30 หลา ด้วยความแรง 109 กิโลเมตรต่อชั่วโมง…

Read More