หมวดหมู่: นักฟุตบอล

ประวัตินักฟุตบอล มิตชี่ บัตชูอายี่ เป็นฟุตบอลที่หลายๆคนชื่นชอบกันอย่างมาก

ประวัตินักฟุตบอล มิตชี่ บัตชูอายี่ เป็นฟุตบอลที่หลายๆคนชื่นชอบกันอย่างมาก

ประวัตินักฟุตบอล มิตชี่ บัตชูอายี่ เป็นการซัดแฮตทริกแรกในการค้าแข้งจากเกมที่เอาชนะ ออสเตนเด้ 4-2

ประวัตินักฟุตบอล มิตชี่ บัตชูอายี่

ชื่อเต็ม : มิตชี่ บัตชูอายี่
วันเกิด : 2 ตุลาคม 1993
สถานที่เกิด : บรัสเซลล์, ประเทศเบลเยียม
สัญชาติ : เบลเยียม
ส่วนสูง : 182 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : เชลซี

ประวัติส่วนตัว
มิตชี่ บัตชูอายี่ มีชื่อเล่นว่า “บัตส์แมน” หรือ “แบตส์แมน” ซึ่งเป็นการเล่นคำระหว่างชื่อของเขาและซูเปอร์ฮีโร่อย่าง “แบตแมน” โดยสไตล์การเล่นของเขาจากการนำเสนอของ โฟร์โฟร์ทู บอกไว้ว่า บัตชูอายี่ คล้ายคลึงกับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทั้งความเร็ว, ความแข็งแกร่ง, การหาตำแหน่งและการเชื่อมเกม

ประวัติการค้าแข้งกับสโมสร
สตองดาร์ ลิแอช
บัตชูอายี่ เริ่มต้นค้าแข้งอย่างเป็นทางการกับ สตองดาร์ ลิแอช และลงสนามเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2011 ในเกมที่บุกพ่าย เกนท์ 1-4 โดยเปลี่ยนตัวแทนที่ของ ฟร้องค์ เบอร์ริเย่ร์ ช่วง 7 นาทีสุดท้าย เขาเคยถูกไล่ออกจากสนามเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2012 ในศึกบอลถ้วยรอบหกที่พบกับ มูสครอน ด้วยการศอกใส่ทางด้านของ เบนจามิน เดลาคอร์ท ในช่วงครึ่งชั่่วโมงแรกของเกม และทำให้เขาถูกแบนสองเกมต่อมา แถมยังถูกปรับอีก 200 ยูโร (ประมาณ 7,600 บาท) ทว่าอย่างไรก็ดีฤดูกาลนั้นเขาสามารถทำประตูได้ทั้งสิ้น 12 ลูกจาก 26 เกมที่ลงเล่น ในซีซั่น 2013-14 บัตชูอายี่ ซัดประตูได้ 21 ลูกตลอด 34 เกมลีกและทำให้เขาเป็นดาวซัลโวสูงสุดอันดับสองของลีก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการซัดแฮตทริกแรกในการค้าแข้งจากเกมที่เอาชนะ ออสเตนเด้ 4-2 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2013

โอลิมปิก มาร์กเซย
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2014 บัตชูอายี่ ได้ตกลงเซ็นสัญญากับสโมสรจากฝรั่งเศสอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 199 ล้านบาท) ซึ่งเขาได้รับโอกาสลงสนามทันทีอีกหนึ่งวันต่อมาในเกมลีกที่เอาชนะ บาสเตีย 3-2 ด้วยการเปลี่ยนตัวแทน ดมิทรี่ ปาเยต ช่วง 11 นาทีสุดท้าย ในวันที่ 29 ตุลาคม 2014 เขาสามารถเบิกสกอร์แรกในกับสโมสรได้ในเกมที่แพ้ แรนส์ 1-2 ของศึก กูป เดอ ลา ลีก รอบสาม และแม้ว่า บัตชูอายี่ จะไม่ค่อยได้ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่เขาก็กดไปทั้งสิ้นถึง 9 ประตูในลีกให้กับทีมของกุนซือ มาร์เซโล บิเอลซ่า

เชลซี
เมื่อเดือน เมษายน 2016 มีรายงานว่าสโมสรจากแดนผู้ดีอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ให้ความสนใจที่จะคว้าตัวเขามาร่วมทีม โดยยื่นข้อเสนอ 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,545 ล้านบาท) แต่สองเดือนหลังจากนั้นมีข่าวว่าเพื่อนบ้านของพวกเขาอย่าง คริสตัล พาเลซ ยื่นข้อเสนอสูงกว่าอยู่ที่ 38 ล้านยูโร (ประมาณ 1,679 ล้านบาท) เพื่อขอคว้าตัวเขามาร่วมทีม ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยกับ คริสตัล พาเลซ แต่กลับกลายเป็น เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่ร่วมเมือง ปาดหน้าคว้าตัว บัตชูอายี่ มาร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยค่าตัวทั้งสิ้น 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,766 ล้านบาท) ซึ่งทำให้เขาต้องออกจากแคมป์ทีมชาติสู้ศึกยูโร 2016 เพื่อเดินทางมาตรวจร่างกายที่ลอนดอน จนกระทั่งในวันที่ 3 กรกฎาคม บัตชูอายี่ ได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ เชลซี ด้วยระยะยาวนานกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นดีลแรกภายใต้การทำทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2016 เขาได้รับโอกาสลงเล่นเปิดตัวกับ “สิงห์บลูส์” ในเกมเปิดสนามที่เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 ด้วยการลงเป็นสำรองแทน ดิเอโก้ คอสต้า ซึ่ง 5 วันต่อมา เขาก็สามารถซัดประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในเกมที่พบกับ วัตฟอร์ด

เส้นทางอาชีพกับทีมชาติ

บัตชูอายี่ สามารถเลือกเล่นให้กับทีมชาติ ดีอาร์ คองโก ได้ ตามเชื้อสายของครอบครัว แต่ในเดือน มีนาคม 2015 เขาได้ปฏิเสธตัวเลือกนี้ และขอลงเล่นให้กับประเทศบ้านเกิดอย่าง เบลเยี่ยม แทน เขาลงสนามในนามทีมชาติเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2015 ในศึก ยูฟ่า ยูโร 2016 รอบคัดเลือกที่พบกับ ไซปรัส โดยถูกเปลี่ยนมาเล่นแทน คริสติย็อง เบ็นเตเก้ ในนาทีที่ 77 และยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษใน 3 นาทีต่อมา ช่วยให้ทีมถล่มเอาชนะในรังไปได้ 5-0 ซึ่งนั่นทำให้เขาถูกเลือกให้ติดทีมไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศสอีกด้วย…

Read More
ประวัตินักฟุตบอล นิโคลัส เปเป้ ตำแหน่งปีกซ้าย ปัจจุบันเป็นนักเตะของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

ประวัตินักฟุตบอล นิโคลัส เปเป้ ตำแหน่งปีกซ้าย ปัจจุบันเป็นนักเตะของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

ประวัตินักฟุตบอล นิโคลัส เปเป้ แต่ได้รับเลือกให้ร่วมเล่นลงสนามมากกว่า 29 นัด นอกจากนี้เมื่อในปี 2017

ประวัตินักฟุตบอล นิโคลัส เปเป้

ประวัติ Nicolas Pepe ( นิโคลัส เปเป้ ) เกิดวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1995 นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ความสูง 1.83 ม. หรือ 6 ฟุต ตำแหน่งปีกซ้าย ปัจจุบันเป็นนักเตะของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล สวมเสื้อหมายเลข 19 นิโคลัส เปเป้ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลในการค้าแข้งระดับสโมสรอาชีพครั้งแรกกับทีม Poitiers FC เป็นทีมในฝรั่งเศส เมื่อปี 2012-2013 โดยลงสนามไปแล้วกว่า 9 นัด ต่อมาปี 2013-2017 ร่วมค้าแข้งกับ Angers SCO ด้วยระยะเวลา 4 ปี จึงได้รับโอกาสให้บุกลงสนามมากกว่า 80 ครั้ง จากนั้นในปี 2015-2016 ได้ร่วมเล่นกับ Orleans ในแบบฐานะนักเตะยืมตัว โดยอยู่ร่วมทีมประมาณ 1 ปี แต่ได้รับเลือกให้ร่วมเล่นลงสนามมากกว่า 29 นัด นอกจากนี้เมื่อในปี 2017 ร่วมค้าแข้งกับลีลส์ และย้ายไปร่วมทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อลในปี 2019 Nicolas Pepe สำหรับผลงานของการเล่นให้ทีมชาติ Ivory Coast ถือว่าได้รับโอกาสลงสนามเพื่อลงเล่นให้กับทีมชาติ Ivory Coast โดยลงเข้าร่วมเป็นส่วนของนักฟุตบอลทีมชาติ มีโอกาสได้ร่วมลงเล่นแข่งขันมากกว่า 8 ครั้งถือว่าเป็นนักเตะอีกหนึ่งคนที่มีส่วนช่วยให้กองกำลังของทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น…

Read More
ประวัตินักฟุตบอล Isco Alarcon นักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมและเป็นที่ทุกคนชื่นชอบมากที่สุด

ประวัตินักฟุตบอล Isco Alarcon นักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมและเป็นที่ทุกคนชื่นชอบมากที่สุด

ประวัตินักฟุตบอล Isco Alarcon เป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้ยอดเยี่ยมมากที่สุด

ประวัตินักฟุตบอล Isco Alarcon

ประวัติ Isco Alarcon ( อิสโก้ อาลาร์ก้อน ) ชื่อเต็ม Francisco Román Alarcón Suárez นักฟุตบอลชาวสเปน เกิดวันที่ 21 เมษายน

1992 สูง 176 เซนติเมตร หรือ 5.8 ฟุต ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก สโมสรปัจจุบันคือเรียลมาดริดในลาลรก้าสเปน สวมเสื้อหมายเลข 22 Isco Alarcon เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรเบนาเมียลในสเปน จากนั้นกก็ได้เข้าร่วมสโมสรเยาวนของบาเลนเซียในปี 2006-2009 พร้อมถูกดันเข้าชุดบีในปี 2009-2011 และได้เข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของบาเลนเซียในปี 2010-2011 ด้วย ต่อมา เรียลมาลาก้า ได้ซื้อตัวไปร่วมทีมในปี 2011-2013 และเรียลมาดริดก็ดึงตัวมาร่วมทัพในปี 2013 จนถึงปัจจุบัน อิสโก้ อาลาร์ก้อน ติดทีมชาติสเปนชุด U16-U17 ในปี 2008-2009, ติดทีมชาติสเปนชุด U18-U19 ในปี 2010-2011, ติดทีมชาติสเปนชุด U20-U21-U23 ในปี 2011-2014 และได้รับโอกาสเข้าสู่ทีมชาติสเปนชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา…

Read More
ประวัตินักฟุตบอล เนย์มาร์ จูเนียร์ เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิลที่เล่นได้ยอดเยียมมาก

ประวัตินักฟุตบอล เนย์มาร์ จูเนียร์ เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิลที่เล่นได้ยอดเยียมมาก

ประวัตินักฟุตบอล เนย์มาร์ จูเนียร์ เป็นนักฟุตบอลที่หลายๆคนชื่นชอบมากที่สุด

ประวัตินักฟุตบอล เนย์มาร์ จูเนียร์

ประวัติ Neymar.JR ( เนย์มาร์ จูเนียร์ ) ชื่อเต็ม Neymar da Silva Santos Júnior เกิดที่เซาเปาโล ประเทศบราซิล เป็นชาวบราซิลแท้ๆ เล่นตำแหน่ง กองหน้าและปีกซ้าย เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธุ์ 1992 สูง 174 เซนติเมตร หรือ 5 ฟุต 9 นิ้ว สวมเสื้อหมายเลข 10 ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรปารีส แซงต์ แเนย์มาร์ จูเนียร์ ติดทีมชาติบราซิลชุด U17 ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา จากนั้นก็ติดชุด U20 ในปี 2011, ชุด U23 ในปี 2012 และติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ตั้งแต่ 2010 โดยมีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรียกว่าเป็นนักฟุตบอลบราซิลอีกหนึ่งคนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ชร์กแมง…

Read More
ประวัตินักฟุตบอล Paul Labile Pogba เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมคนที่หลายๆคนชื่นชอบกันอยู่กันอย่างมาก

ประวัตินักฟุตบอล Paul Labile Pogba เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมคนที่หลายๆคนชื่นชอบกันอยู่กันอย่างมาก

ประวัตินักฟุตบอล Paul Labile Pogba จึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้ง ค่าตัวแพงติดอันดับโลกกว่า 89 ล้านปอนด์

ประวัตินักฟุตบอล Paul Labile Pogba

ประวัติ Paul Pogba ( ปอล ป็อกบา ) ชื่อเต็ม Paul Labile Pogba เกิดวันที่ 15 มีนาคม 1993 เกิดที่ฝรั่งเศส แต่นับถือศาสนาอิสลาม สูง 191 เซนติเมตร

หรือประมาณ 6 ฟุต 3 นิ้ว ตำแหน่งที่เล่นคือ มิดฟิลด์ ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สวมเสื้อหมายเลข 6 ปอล ป็อกบา เริ่มต้นเล่นให้กับสโมสรเยาวชน รัวซีอองบรี ในปี 1999-2006 จากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรเยาวชนของตอร์ซีในปี 2006-2007, ต่อด้วยเลออาฟร์ในฝรั่งเศสช่วงปี 2007-2009 ก่อนที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะดึงตัวมาร่วมทีมเยาวชนในปี 2009-2011 และได้ขึ้นมาเป็นผู้เล่นชุดใหญ่ในปี 2011-2012 จากนั้นก็ได้ขายให้กับยูเวนตุสในปี 2012-2016 แต่ในปี 2016 แมนเชสเตอร์ยูในเต็ด ยุคโจเซ่ มูรินโญ่ ก็ซื้อปอล ป็อกบา กลับมาอีกครั้งด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกในขณะนั้น จนเป็นนักเตะค่าตัวแพงติดอันดับโลกกว่า 89 ล้านปอนด์ Paul Pogba ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุด U16 ในปี 2008-2009, U17-U18 ปี 2010-2011 , U19 ปี 2011-2012, U20 ปี 2012-2013 จากนั้นตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา เขาก็ได้ก้าวเป็นตัวจริงในทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ และเป็นกำลังหลักของทัพตราไก่ในปัจจุบัน…

Read More
ประวัตินัก Francisco Trincao  เป็นนักฟุตบอลที่หลายๆคนชื่นชอบและเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก

ประวัตินัก Francisco Trincao เป็นนักฟุตบอลที่หลายๆคนชื่นชอบและเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก

ประวัตินัก Francisco Trincao ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรบราก้า โดยจะย้ายมาเล่นให้บาร์เซโลน่า

ประวัตินัก Francisco Trincao

( ฟราสซิสโก ทรินเคา ) เกิดวันที่ 29 ธนวาคม ค.ศ.1999 นักฟุตบอลชาวโปรตุเกม ความสุง 1.84 เมตร หรือ 6 ฟุต 0.5 นิ้ว ตำแหน่งกองหน้า

ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรบราก้า โดยจะย้ายมาเล่นให้บาร์เซโลน่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563ฟราสซิสโก ทรินเคา เริ่มต้นเล่นฟุตบอลครั้งแรกในระดับสโมสรเยาวชนปี 2008-2009 ร่วมกับ Vianense ต่อมาปี 2009-2010 เอฟซี ปอร์โต้ , ปี 2010-2011 เล่นให้กับทีมสโมสรสปอร์ติ้งเดบรากา จากนั้นปีเดียวต่อมาปี 2011-2014 เล่นกับ บรากา และปี 2014-2015 เล่นให้สโมสร Palmeiras Braga และปี 2015-2017 เล่นให้กับบรากา เพียงแค่สองปีเท่านั้น ได้ขยับขึ้นมาเล่นในระดับสโมสรอาชีพในปี 2016-2018 ร่วมกับบรากา ปี2020 และจะย้ายไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่าในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563Francisco Trincao เริ่มเล่นฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกสครั้งแรกปี 2015-2016 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี , ปี 2017 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี , ปี 2017-2018 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี , ปี 2018-2019 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี , ปี 2019 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี…

Read More
ประวัติ นักฟุตบอล เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ทีถือว่าเป็นนนักฟุตบอลชาวไทยหลายคนที่ชื่นชอบมากๆ

ประวัติ นักฟุตบอล เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ทีถือว่าเป็นนนักฟุตบอลชาวไทยหลายคนที่ชื่นชอบมากๆ

ประวัติ นักฟุตบอล เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมาก

ประวัติ นักฟุตบอล เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย

ประวัติ Emiliano Buendia ( เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ) หรือ Emiliano Buendía Stati เกิดวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1996 นักฟุตบอลชาวอาร์เจนติน่า ความสูง 1.7 เมตร หรือ 5 ฟุต 7 นิ้ว ตำแหน่ง กองกลางโจมตี ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสร นอริชซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สวมเสื้อหมายเลข 17 เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนตั้งแต่ปี 2009 สโมสร Cadetes de San Martín ต่อมาปี 2009-2010 เล่นให้กับเรียลมาดริด และปี 2010-2014 เกตาเฟ่ จากนั้นได้ขึ้นมาเล่นฟุตบยอลมืออาชีพร่วมกับ เกตาเฟ่ ตั้งแต่ปี 2014-2018 ซึ่งในระหว่างนั้นได้ถูกยืมตัวไปเล่นในทีม เลโอเนซ่า ในสเปน หลังจากนั้นในปี 2018 ได้ย้ายมาค้าแข้งในลีกสูงสุดแห่งอังกฤษ ร่วมกับทีมนอริชซิตี้ และเป็นสโมสรปัจจุบันที่อยู่ร่วมค้าแข้ง Emiliano Buendia เริ่มเล่นฟุตบอลในนามทีมชาติสเปนครั้งแรกปี 2014 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี และปี 2015 เล่นฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนติน่ารุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี…

Read More
ประวัตินักฟุตบอล Edson Arantes do Nascimento หลายคนก็ต้องนึกถึงคนนี้อย่างแน่นอนเขาเป็นดาวยิงผิวสีทีมชาติบราซิล

ประวัตินักฟุตบอล Edson Arantes do Nascimento หลายคนก็ต้องนึกถึงคนนี้อย่างแน่นอนเขาเป็นดาวยิงผิวสีทีมชาติบราซิล

ประวัตินักฟุตบอล Edson Arantes do Nascimento ทั่วโลกยังยกย่องเขายังเป็นตำนานอยู่ทุกวันนี้

ประวัตินักฟุตบอล Edson Arantes do Nascimento

ประวัตินักฟุตบอล
การที่มีเชื้อสายแอฟริกาจึงทำให้เปเล่เป็นคนผิวดำนั่นเอง พ่อของเปเล่นะครับ เป็นนักฟุตบอลที่สังกัดทีมเล็ก ๆ ที่ไม่ได้โด่งดัง เขาไม่เป็นที่รู้จัก และไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักฟุตบอล แถมในบราซิลในสมัยนั้นเนี่ย การมีอาชีพนักฟุตบอลในสมัยนั้น
ดังนั้นเนี่ยอาชีพนักฟุตบอลจึงแทบจะทำรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัวไม่ได้เลย แถมในบราซิลในสมัยนั้นเนี่ย การเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักฟุตบอลเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง ส่วนมาเรีเซเลสต์แม่ของเเปเล่เนี่ยก็เป็นหญิงสาวชาวบ้าน
ที่ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ๆฐานะของ ครอบครัวนี้เนี่ยจึงเข้าข้างยากจนมาก ครอบครัวของเขาเนี่ยจึงต้องย้ายบ้านไปเรื่อย ๆ ตามแต่ที่พ่อจะได้รับคำเสนอ ให้ไปเล่นฟุตบอลให้กับทีม ที่อยู่ตามเมืองต่าง ๆ
และพ่อของเขาต้องทำอาชีพทำความสะอาดในโรงพยาบาล เพื่ออหาเงินมาจุนเจือครอบครัอีกด้วย เขตที่ครอบครัวของPeléอาศัยอยู่นะครับอาศัย เป็นเขตที่น้ำเข้าไม่ถึง ไฟไม่สว่าง น้ำไม่ไหลไฟไม่สว่างการมีไฟฟ้าจึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งพ่อของเปเล่นะครับ
ต้องการที่จะสะดุดีเป็นอย่างยิ่ง ให้กับผู้ที่ประดิษฐ์ไฟฟ้า เขาจึงตั้งชื่อให้กับลูกน้อยที่เพิ่งเกิดมาพร้อม ๆ กับที่ไฟฟ้ามาถึงว่าเอดิสัน ตั้งตามชื่อผู้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าได้ก็คือโทมัสเอดิสันนั่นเอง แต่ตัวของเปเล่ชอบเรียกตัวเองว่า Epson มากกว่าชื่อที่พ่อตั้งให้เสียอีกต่อมาเปเล่นะครับ
มีน้องใหม่เป็นผู้ชายเพิ่มขึ้นมาอีกถึง 5 คนทำให้ครอบครัวนี้มีแต่ความยากลำบากพ่อแม่เขาไปแลกจะทะเลาะเบาะแว้งกันต่อหน้าเขาไปบ่อยเพราะแม่อยากให้พ่อทำงานเป็นหลักเป็นฐานหาอาชีพที่เหมาะสมมากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวไปได้มากกว่า
เอาแต่เล่นฟุตบอลเป็นอาชีพที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องแทบไม่ได้เลย ในปี 1944 นะครับ ตอนนั้นเนี่ยเปเล่อายุได้ประมาณ 4 ขวบ ครอบครัว ของเขาก็ย้ายไปอาศัยอยู่ที่เมืองเบาลู พ่อของเปเล่ ได้รับเชิญ ให้ไปเล่นฟุตบอล @UFABET168V4
บอกให้กับทีมเมืองนั้นแหละขณะเดียวกันก็ได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทำงานให้กับรัฐบาลจึงจะช่วยให้ครอบครัวมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น เอดิสันหรือว่าเปเล่นะครับ มามีชื่อเรียกว่าเปเล่ เมื่อตอนที่ เรียนหนังสือ เขามีนักฟุตบอลในดวงใจ ที่ ใช้ชื่อว่ามีเล่ เป็นผู้รักษาประตูทีมวาสโกดากาม่า
แต่เขาเรียกชื่อนักฟุตบอลผิดไปเป็นปีเร่ ทำให้เพื่อนล้อเขาและเรียกเขาว่าเปเล่ ซึ่งในตอนแรกเขาไม่ชอบชื่อนี้มาก และรู้สึกฉุนจนมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนร่วมชั้น ที่ล้อเขาโดยเรียก เขาในชื่อนี้ ผลที่ตามมาเขา ต้องถูกพักการเรียนและยิ่งเขาไม่ชอบชื่อนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งถูกเพื่อนล้อมากขึ้นเท่านั้น
และนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เอดิสันก็ถูกเรียกในชื่อของเปเล่มากกว่า จนกระทั่งทุกวันนี้ น้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อจริง ๆของเขา ทุกคนจะรู้จักชื่อของเขาในชื่อเปเล่เท่านั้น ด้วยความที่ครอบครัวยากจน นะครับ เขาต้องช่วยครอบครัวทำงานหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่เด็ก

ประวัตินักฟุตบอล

ในฐานะที่เป็นพี่คนโต เขาทำงานแทบทุกอย่างที่จะหาเงินได้ เช่นขายฝืน ขายมวลบุหรี่ ขโมยถั่วของชาวบ้านมากิน หรือไม่ก็ไปรับจ้างขัดรองเท้า โดยเฉพาะเขาได้รับการรับจ้าง ขัดรองเท้าให้กับ นักฟุตบอลทีมเบาลูแอตแลนติก เด็กน้อยเอดิสันหรือเปเล่นะครับเขาเติบโตขึ้นมา
เพื่อที่จะรักในการเล่นฟุตบอลเหมือนกับพ่อของเขานั่นเอง และคนที่สอนให้เขาเล่นฟุตบอล นั่นก็คือ พ่อของเขานั้นเอง เขาไม่ได้มีเงินมากพอนักที่จะไปฝึกฟุตบอลในทีมที่ฝึกสอนการเล่นฟุตบอลให้กับเด็ก ๆ สิ่งที่เขาพอจะทำได้ในการหัดเล่นฟุตบอล
ก็คือการหัดเล่นตามท้องถนน และลูกฟุตบอลของเปเล่ที่ใช้เตะเนี่ย ก็เป็นลูกฟุตบอลที่ทำขึ้นมาแบบพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะเป็นลูกฟุตบอลที่ทำมาจาก ถุงเท้าม้วน ๆ เป็นวงกลมแล้วเอามาห่อหนังสือพิมแล้วใช้ยางมัด เพื่อใช้ในการเล่น
หรือในบางทีนะครับ เปเล่ก็เอาลูกส้มโอมาทำเป็นลูกฟุตบอล เพราะเปเล่เนี่ยยากจนมากจนไม่มีเงินพอที่จะซื้อลูกฟุตบอล มาหัดเล่นนั่นเอง เปเล่เริ่มเล่นฟุตบอล อย่างจริง ๆ จัง ๆ เมื่อตอนอายุ ได้ 11 ปีนะครับ เขาก่อตั้งทีมฟุตบอลข้างถนนเป็นตัวของตัวเอง
โดยมีเพื่อนๆที่เล่นอยู่ตามท้องถนนอื่น ๆ มาร่วมเข้าทีมด้วย ชื่อทีมของเขา แปลเป็นภาษาไทยได้ ว่านักเตะไร้รองเท้า และต่อมาทีมของเขา ก็ได้ลงแข่งขันในรายการเล็ก ๆ ของเมืองที่จัดแข่งโดยนายกเทศมนตรีของเมืองเบาลู
และทีมเขาก็ได้เปลี่ยนชื่อทีมมมาเป็น อเมริกวินย่าและสามารถคว้าแช้มป์มาครองได้ โดยเปเล่ เป็นนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุด ในการแข่งขันทั้งหมด ในรายการนั้นด้วยชัยชนะครั้งนี้นะครับ ทำให้เปเล่ถูกค้นพบ โดยพบโดย วันเดอมาเดอะบีทเทิล
นักเตะในลีกสูงสุดของบราซิล ฝีมือของเปเล่และ เพื่อน ๆ ร่วมทีมดันไปเข้าตานักเตะผู้นี้ ดังนั้นในปี 1954 เขาและเพื่อนร่วมทัม อเมริกวินย่าจึงถูกเชิญให้ไปร่วมทีมเยาวชนบัพวินโย่ การเล่นให้กับทีมนี้นะครับ ถือเป็นครั้งแรกที่เปเล่ได้รับค่าจ้าง เพื่อเล่นฟุตบอลและในปี 1954 นั้น
ก็เป็นปีที่ทีมใหม่ ได้เข้าร่วมได้คว้า แชมป์ฟุตบอลเยาวชนที่จัดแข่งขันโดยหนังสือพิมพ์เซ้าเปาโล สปอร์ตติ้งกาเซ็ต อีกด้วย ในปี 1956 นะครับ เปเล่มีอายุได้ประมาณ 15 ปีครึ่ง เขาได้ถูกเดอมิโต้พาไปทดสอบ กับสโมสรซานโตส
เขาสร้างความประทับใจให้แก่ แฟนบอล สือมวลชนและผู้บริหารของทีมซานโตสด้วย การลงเล่น และยิงได้ถึง 4 ประตูจนเดอปิโต้บอก กับผู้ควบคุมทีมซานโตสว่า ต่อไปเปเล่จะกลายเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ต่อมานะครับเปเล่ถูกเรียกตัวให้ไปรับใช้ชาติเป็นครั้งแรก
จากที่เขาเพิ่งลงเล่นในฤดูกาลแรก ภายใต้ธีมชุดใหญ่ของสโมสรซานโตสได้ไม่นาน นัดแรกในฐานะนักเตะทีมชาติบราซิลคือนัดที่ลงไปแข่ง กับทีมชาติอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 7กรกฎาคมปี 1957 บราซิลเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 1 ประตูต่อ 2 ถึงแม้ว่าบราซิลจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป
แต่นัดนั้นก็มีความสำคัญสำหรับเขามาก คือนอกจากเปเล่จะได้ลงสนามให้กับทีมชาติเป็นครั้งแรกในชีวิตแล้ว เขายังสามารถทำประตูเป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะทีมชาติอีก ด้วยน่าทึ่งมาก ๆ นะครับสำหรับนักเตะหนุ่มทีที่มีอายุเพียง 16 ปี และอีก 3 เดือนจะมีอายุ 17 ปี
ที่สามารถทำผลงานได้ดีขนาดนี้ และการรับใช้ชาติครั้งสำคัญก็มาถึง เมื่อเปเล่ติดทีมชาติเพื่อลงแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1958 ที่สวีเดน เปเล่เป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดานักเตะชาติต่าง ๆ เขาทำประตูในการลงแข่งขันเพื่อชิงถ้วยฟุตบอลโลกได้เป็นลูกแรก

ประวัตินักฟุตบอล

ในนัดที่ทีมชาติบราซิลลงแข่งขันกับทีมชาติเวลส์ในวันที่ 19 มิถุนายนปี 1958 และเปเล่ได้รับการจารึกชื่อให้เป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก ที่ได้ลงเล่นในรอบรอบสุดท้ายของถ้วยฟุตบอลโลก โดยมีสถิติอายุเพียง 17 ปีกับอีก 249 วัน แถมในนัดที่ลงเตะกับฝรั่งเศส
เขาทำผลงานได้อย่างน่าโดดเด่นทำแฮตทริกยิงประตูได้ถึงสามลูก และทำสถิตินักเตะที่มีอายุน้อยที่สุด ที่ทำแฮตทริกได้ในฟุตบอลโลก ส่วนในนัดชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติบราซิลกับสวีเดน เปเล่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม มีส่วนช่วยให้ทีมชาติบราซิล บดขยี้สวีเดนไปได้ 5 ประตูต่อ 2 แถม 1 ลูกที่เขายิงได้นั้น
ถูกยกย่องให้เป็นประตูที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ถ้วยฟุตบอลโลก เขาทำให้โลกตะลึงจากผลงานฟอร์มการเล่น ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังสามารถนำทีมชาติบราซิล ผงาดเป็นเจ้าแห่งฟุตบอลเหนือทีมชาติใด ๆ ในโลกได้เป็นผลสำเร็จ
เขาจึงเป็นที่เล่าขาน และเป็นที่ชื่นชมอย่างมากในตอนนั้น นอกจากการลงแข่งขัน ในรายการฟุตบอลโลกแล้ว เขายังรับใช้ชาติในการลงแข่งขันในรายการชิงแชมป์ฟุตบอลอเมริกาใต้ใต้ในปี 1959 อีกด้วย ซึ่งเขาเป็นนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดคือ 8 ลูก
แต่ว่าบราซิลก็พลาดแชมป์ไป และอยู่ในระดับที่ 2 จากการลงแข่งขันในรายการนี้ 4 ปีต่อมา หลังจากฟุตบอลโลกครั้งแรกในชีวิตนะครับ เขาก็ได้รับใช้ชาติเพื่อลงแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 1962 ที่ประเทศชิลีและเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ในชีวิตของเขา
แต่เขาก็มาประสบกับอาการบาดเจ็บในนัดที่ลงแข่ง กับเชคโกสโลวาเกีย และทำให้เขาพลาดในการลงสนามในนัดต่อ ๆไป ตลอดทั้งรายการเลยทีเดียว ทั้งทั้งที่พึ่งลงเล่นไปแค่นัดเดียว แต่บราซิลก็ทำผลงานได้ดีพอที่จะคว้าแชมป์โลกมาครองได้เป็นสมัยที่ 2 ส่วนเปเล่แม้จะมีอาการการบาดเจ็บเลยครับ
ทำให้พลาดแสดงผลงานได้อย่างเต็มที่ แต่ภายหลังการแข่งขันฟุตบอลโลกผ่านพ้นไป เปเล่ก็กลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดในโลก เพราะสโมสรฟุตบอลที่ร่ำรวยของยุโรป ตามมาแย่งจีบ เปเล่เนี่ย ให้ไปเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมของตัวเอง…

Read More
ประวัตินักฟุตบอล อลิสสัน เบ็คเกอร์ แห่งรัฐริโอ กรานเด้ โด ซูล ในประเทศ บราซิล

ประวัตินักฟุตบอล อลิสสัน เบ็คเกอร์ แห่งรัฐริโอ กรานเด้ โด ซูล ในประเทศ บราซิล

 อลิสสัน เบ็คเกอร์ แห่งรัฐริโอ กรานเด้ โด ซูล

อลิสสัน เบ็คเกอร์ แห่งรัฐริโอ กรานเด้ โด ซูล ในประเทศ บราซิล เขาเป็นบุตรชายคนที่สองของตะกลู โชเซ่ กุสตาโว่ (บิดา)

 อลิสสัน เบ็คเกอร์ แห่งรัฐริโอ กรานเด้ โด ซูล

ชื่อเต็ม อลิสสัน เบ็คเกอร์ Alisson Ramses Becker
วันเกิด 2 ตุลาคม ค.ศ. 1992 (27 ปี)

สถานที่เกิด โนวูอัมบูร์กู บราซิล

ส่วนสูง 1.93 เมตร

ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู

อลิสสัน เบ็คเกอร์ หรือที่ชายไทยหลายๆท่านเรียก อลิสซอน เขาเกิดวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1992 ที่รัฐริโอ กรานเด้ โด ซูล ในประเทศ บราซิล เขาเป็นบุตรชายคนที่สองของตะกลู โชเซ่ กุสตาโว่ (บิดา) ส่วน มากาลี่ ลิโน่ เดอ ซูซ่า เบ็คเกอร์ (มารดา) และ มูเรียล กุสตาโว่ เบ็คเกอร์ (พี่ชาย) ซึ่งพี่ชายของอลิสซอนก็เป็นมือประตูเช่นเดียวกันกับตัวเขา โดยเขาค้าแข่งกับ สโมสรฟุตบอลเบเลเนนส์ในโปรตุเกส

อลิสสัน เบ็คเกอร์ หรือที่เราเรียกกันว่า อลิสซอน เขาได้เริ่มต้นกับทางสโมสร อินเตอร์นาซิอองนาล ในฐานะเด็กฝึกหัดจากประเทศของตัวเองมานับตั้งแต่อายุ 10 ขวบเขาใช้เวลาร่วม 7 ปี จนประสบความสำเร็จโดยการได้ลงสนามกับทีมชุดใหญ่ ซึ่งในเกมแรกก็ถือว่าเขาเปิดตัวได้ค่อนข้างเป็นที่พอใจโดยพาทีมเสมอกับทาง ครูไซโร่ ด้วยสกอร์ 1-1 ในศึกของรัฐเกาโช่ ในปี 2013 หลังจากนั้น 6 เดือน เบ็คเกอร์ ได้มีโอกาสเป็นนายทวารอีกครั้งในเกมที่เจอกับ โกยาส แต่ในนัดนี้ฝีมือเขาไม่เป็นอย่างที่คิดเขาหลุดการเซฟประตูไปถึง 3 ประตู ซึ่งต้องขอบอกก่อนเลยว่าเริ่มต้นของเขานั้นไม่ได้ดีไปทุกอย่างหรอกครับเพราะบทบามเขาตอนนั้นเป็นได้แค่มือที่ 3 ของทีม เมื่อทางทีมได้ให้นายด่าน เนลสัน ดีด้ามือประตูระดับตำนานที่เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงสุดท้ายของอาชีพมือโกลแล้วเข้ามาร่วมทีม จึงทำให้ทางด้าน อลิสสัน เบ็คเกอร์ ได้แสดงความสามารถที่มีอยู่ออกมาทั้งหมดจนเป็นที่ยอมรับในที่สุดและสามารถแย่งมือหนึ่งมาได้สำเร็จ ส่งผลให้เขาได้ลงสนามให้กับทีม อินเตอร์นาซิอองนาล ในทุกรายการของการแข่งขันมากถึง 115 นัด ตลอด 4 ฤดูกาลเลยทีเดียว หรือตั้งแต่ได้ลงชุดใหญ่เลยก็ว่าได้

จุดเปลี่ยนชีวิตค้าแข้งของเขามันอยู่ตรงนี้ เมื่อเขาได้รับโอกาสครั้งใหญ่สุดในชีวิตตอนนั้นคือการไปเล่นกับสโมสรดังอย่าง อาแอส โรม่า ที่ได้ให้ความสนใจในการดึงตัวของอลิสซ่อนมาเสริมทัพในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ด้วยค่าคัว 7.5 ล้านยูโร หรือราว 250 ล้านบาท ด้วยสัญญา 5 ปี และเขาได้หอบเสื้อผ้ามาอยู่ในกรุงโรมในเดือน พฤษภาคม

ในช่วงแรกของเขาก็เหมือนนักเตะใหม่ทั่วไปที่ยังต้องการเวลาปรับตัวสักพัก โดยเขาจะถูกส่งตัวไปเล่นในเกมถ้วยมากกว่าที่จะเป็นเกมลีกในช่วง 2016/17 แต่ทุกอย่างไม่ได้รังแกเขาเสอม เมื่อเปิดฤดูกาลใหม่นั้นทางต้นสังกัดเขา ได้จำใจปล่อยตัว วอยเซียจ เชสนี่ ให้กับสโมสรเก่าของเขา และนี้แหละคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้อลิสซ่อนได้รับโอกาสลงสนามอย่างเต็มร้อยและเปลี่ยนเสื้อจากเบอร์ 19 ไปเป็น เบอร์ 1 และเขากับโอกาสที่ได้รับนั้นก็เป้นไปได้สวย

ถึงแม้ว่าตัวของเขาเองจะมีส่วนช่วยให้ทีม โรม่า ได้เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อทีมของเขาพลาดท่าให้กับทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อย่างทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ถึงอย่างไรก็ตามจากฟอร์มการเล่นของเขาทำให้เจ้าตัวเนื้อหอมขึ้นมาทันทีและตกอยู่ในสายตากับทีมใหญ่ๆ ทั่วยุโรป

ต่อมาให้หลังไม่กี่วัน ทางสโมสรลิเวอร์พูลก็ประสบความสำเร็จหลังที่ได้ตามจีบนายทวายรายนี้มาอย่างยาวนาน และได้ทำการตกลงตามข้อสัญญาพร้อมกับเสนอค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์ (75 ล้านยูโร) หรือราวๆ (2,500 ล้านบาท) เลยทีเดียว

โดยที่อลิสซอนได้ยายมาอยู่กับหงส์แดงเขาก็มีส่วนร่วมกับทีมเป็นอย่างมากและเขาได้กลายเป็นมือประตูคนแรกของโลก ที่ได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือ “โกลเด้นโกลฟ” ของ 3 รายใหญ่ ในปีเดียวกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เขาก็พึ่งจะได้รับรางวัลผู้รักษาประตุยอดเยี่ยมของ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ไปเป็นที่เรียบร้อย

เกียรติประวัติหรือรางวัลส่วนตัว
-ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมกัลโช เซเรีย อา ประจำปี : 2017–2018

-หนึ่งในทีมผู้เล่นยอดเยี่ยม กัลโช เซเรีย อา : 2017–2018

-รางวัลถุงมือทองคำพรีเมียร์ลีก : 2018-2019

-1 ใน 50 ผู้รักษาประตูดีที่สุดของโลกประจำปี : 2018

-ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี : 2018

-รางวัลถุงมือทองคำโคปาอเมริกา : 2019

-รางวัลถุงมือทองคำแชมเปี้ยนส์ลีก : 2018-2019…

Read More
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประวัติส่วนตัวดาวเตะอียิปต์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประวัติส่วนตัวดาวเตะอียิปต์

ประวัติของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ชื่อเต็ม : โมฮาเหม็ด ซาลาห์
วันเกิด: 15 มิถุนายน ค.ศ. 1992 (25 ปี)
เกิดที่ : บาสยูน, ประเทศอียิปต์
สัญชาติ : อียิปต์
ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

ซาลาห์ เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกให้กับชุดเยาวชนของ เอล โมคารูน ทีมในลีกของอียิปต์ก่อนที่เจ้าตัวจะแสดงศักยภาพออกมาเรื่อยๆจนไปเตะตาแมวมองของทีม บาเซิ่ล ยอดทีมในศึกสวิตเซอร์แลนด์หลังจากนั้นเจ้าตัวก็โชว์ได้สะเด่าซะเหลือเกินจนย้ายไปอยู่หลายลีกหลายทีมด้วยกันและตอนนี้ ซาลาห์ ได้กลายเป็นแข้งคนสำคัญของสาวก “เดอะ ค็อป” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เอล โมคารูน (2006/2012)

หลังจาก ซาลาห์ บ่มเพาะฝีมือกับทีมชุดเยาวชนของเอล โมคารูน อยู่ถึง 4 ปีในที่สุดโอกาสในการโลดแล่นบนลีกสูงสุดก็มาถึงเมื่อเขาได้ลงประเดิมสนามในวันนี้ 3 มิถุนายน 2010 โดยลงมาเป็นสำรองในเกมที่เจ๊ากับ เอล มันซูร่า 1-1 ซึ่งจากการลงสนามในเกมวันนั้นเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสในการลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเจ้าตัวก็ปลดล็อคซัดประตูแรกในเกมลีกได้สำเร็จ

ในฤดูกาล 2011-2012 หลังจากได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเป็นตัวจริงและกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสะเด่าแต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 74 รายและบาดเจ็บระนาวถึง 500 จึงส่งผลให้สมาคมฟุตบอลอียิปต์ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันทีงหมดในซีซั่นนั่นเอง

บาเซิ่ล (2012/13)

หลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลงก็ได้มีทีมจากศึกสวิต ซูเปอร์ลีก อย่าง บาเซิ่ล ได้เดินทางมาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติอียิปต์ ชุดยู-23 ซึ่งประจวบเหมาะกับ ซาลาห์ มีชื่ออยู่ในชุดนี้ด้วยโดยเจ้าตัวได้โอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งหลังและโชว์ฟอร์มเทพเหมาคนเดียวไปถึงสองเม็ดซึ่งเกมนั้นจบลงที่ อียิปต์ ชุดยู-23 เอาชนะไปได้แบบสุดมัน 4-3 และหลังจากจบเกมดังกล่าวทางสบอร์ดบริหารของบาเซิ่ล ไม่รอช้ารีบคว้าตัวเพชรเม็ดงามรายนี้เข้าสู่ทีมทันทีและประกาศคว้าตัวในวันที่ 10 เมษยน 2012 ด้วยการเซ็นสัญญาระยะยาวถึง 4 ปีด้วยกัน

23 มิถุนายน 2012 เบิกสกอร์แรกให้กับตัวเองในช่วงทัวร์ปรีซีซั่นด้วยการยิงประตูใส่สเตอัว บูคาเรสต์ นั่นเอง ซึ่งเกมอย่างเป็นทางการสำหรับปีกตัวจี๊ดสัญชาติอียิปต์ก็คือการลงประเดิมในถ้วยหูใหญ่อย่างศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบคัดเลือกในการพบกับโมลด์ ตัวแทนจากลีกนอร์เวย์ซึ่งลงมาในฐานะตัวสำรอง หลังจากนั่นเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนตอนที่เล่นอยู่ในประเทศบ้านเกิด ด้วยเกรดทีมที่ยังต่อกรใครไม่ได้จึงส่งผลให้พวกเขาตกรอบในบอลยุโรปด้วยการพ่ายต่อเชลซี ไปด้วยสกอร์รวม 2-5 ส่วนผลงานในลีกยังคงเป็นที่หนึ่งในดวงใจเสมอเพราะว่าพวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์ลีกมาครองได้นั่นเอง

ฤดูกาล 2013/14

ซาลาห์ เริ่มต้นซีซั่นใหม่ด้วยคว้าแชมป์อูเรน คัพ ซึ่งเป็นการพบกันของแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วยนั่นเอง ผลงานส่วนตัวของ ซาลาห์ ในฤดูกาลใหม่นี้ค่อนข้างดีเนื่องจากเจ้าตัวยิงประตูใส่ทีมในลีกได้แล้วยังผลิตสกอร์ในถ้วยยุโรปได้อย่างต่อเนื่องแต่ดันมีปัญหาในการไปเยือน มัคคาบี้ เทล อาวีฟ ทีมจากอิสราเอลที่ ซาลาห์ ดันไม่ได้จับมือกับผู้เล่นเจ้าบ้านเนื่องจากช่วงนั้นมีปัญหาเรื่องเชื้อชาติมาเกี่ยวข้องด้วยจน ซาลาห์ ถูกจับตามองเป็นพิเศษก่อนที่ต้นสังกัดอย่าง บาเซิ่ล ต้องเรียกตัวมาปรับความเข้าใจแต่ท้ายที่สุดปัญหาเรื่องนี้ก็จบลงด้วยดี

ซึ่งผลงานเด่นๆสำหรับ ซาลาห์ ดันเป็นในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โชว์ฟอร์มเข้าตายักษ์ใหญ่ของยุโรปและกลายเป็นเชลซี ยอดทีมจากศึกพรีเมียร์ ลีก ที่จ้องจะฉกดาวเตะอียิปต์ไปร่วมทีม

เชลซี (2013/14)

26 มกราคม 2014 “สิงห์บลูส์” เชลซี ได้ทำการประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาปิดดีล ซาลาห์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัวประมาณ 11 ล้านปอนด์ (ประมาณ 478 ล้านบาท) และนับว่า ซาลาห์ เป็นนักเตะอียิป์คนแรกที่ย้ายมาร่วมทีมเชลซี โดยลงประเดิมนัดแรกในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2014 ในเกมที่เอาชนะนิวคาสเซิ่ลไปแบบขาดลอย 3-0 ก่อนที่เจ้าตัวจะปลดล็อคยิงประตูแรกได้ด้วยการลงมาเป็นสำรองแทนที่ของออสการ์ ในศึก “ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์” ที่เอาชนะอาร์เซน่อล ไปแบบขาดลอย 6-0 ซึ่งถือว่าเป็นการประเดิมในศึกพรีเมียร์ ลีก ได้ไม่เลวเลยทีเดียว

ฤดูกาล (2014/15)

ก่อนเริ่มซีซั่น ซาลาห์ มีปัญหาส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องทางการทหารจนเจ้าตัวต้องกลับบ้านเกิด จนส่งผลให้ดาวเตะรายนี้โอกาสลงสนามน้อยมากๆบวกกับการมาของ เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวตัวจี๊ดยิ่งทำให้หนทางการลงสนามของ ซาลาห์ น้อยลงไปอีกจนท้ายที่สุดเจ้าตัวทนสำรองต่อไม่ไหวต้องเก็บของย้ายไปย้ายไปอยู่ ฟิออเรนติน่า ทีมจากศึกเซเรีย อา ด้วยสัญญายืมตัวนั่นเอง ซึ่งหลังจากย้ายไปอยู่ในประเทศอิตาลีเจ้าตัวก็ได้โอกาสลงสนามมากขึ้นและเจ้าตัวขอเลือกหมายเลข 74 เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว

14 กุมภาพันธ์ ลงประนัดแรกให้กับฟิออเรนติน่าและระเบิดฟอร์มซัดประตูแรกได้ทันทีและจัดการผลิตอีกหนึ่งแอสชิสต์ช่วยพาทีมคว้าชัยเหนือ ซัสซัวโล่ ไปแบบสบายๆ 3-1 หลังจากจากนั้น 12 วันก็ได้ลงประเดิมในศึกยูโรป้า ลีก ทันทีและช่วยทีมล้ม สเปอร์ส ทีมจากอังกฤษไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-1 และยังเป็นคีย์แมนพาทีมเข้าวินเหนือทั้งอินเตอร์และยูเวนตุส อีกด้วย แต่หลังจากจบฤดูกาล “ม่วงมหากาฬ” พยายามจะเซ็นสัญญาแบบถาวรแต่เจ้าตัวเลือกปฎิเสธและตัดสินใจย้ายซบ โรม่า คู่แข่งร่วมลีกซะอย่างงั้น

โรม่า (2015/16)

ย้ายซบ “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 15 ล้านปอนด์เท่านั้น (652 ล้านบาท) และผลงานชิ้นแรกของเจ้าตัวก็คือการพาต้นสังกัดรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ด้วยการไล่ตามเจ๊า ซัสซัวโล่ แบบสุดมัน 2-2 หลังจากนั่นก็ซัดประตูใส่ทีมอื่นๆเรื่อยมา ก่อนที่วันที่ 25 ตุลาคม 2015 เจ้าตัวจะต้องไปกลับไปเผชิญหน้าอดีตต้นสังกัดเก่าอย่าง ฟิออเรนติน่า และทำแสบทีมเก่าทันทีด้วยการซัดประตูเบิกร่องและเป็นประตูชัยให้กับทีมก่อนที่ท้ายเกมจะถูกไล่ออกจากสนามไป

ผลงานส่วนตัวของ ซาลาห์ ในการสีเสื้อโรม่า นั้นเหมือนกับเป็นคนล่ะคนจากสองทีมที่เคยค้าแข้งอยู่ โดยเจ้าตัวจัดการซัดไปทั้งหมด 15 ตุงและอีก 6 แอสซิสต์พร้อมกับเป็นรับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองแบบไม่มีใครค้าน

ลิเวอร์พูล (2016/17)

จากผลงานอันสุดสะเด่าขึ้นหิ้งแบบนี้ทำให้เจ้ามีข่าวการย้ายทีมอย่างหนาหูและหนึ่งในนั่นก็คือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมจากแดนผู้ดีที่จ้องฉกไปร่วมทีมด้วยและ “หงส์แดง” ก็สำเร็จด้วยการยื่นข้อเสนอให้กับ โรม่า สูงถึง 42 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1827 ล้านบาท) และเป็นการทุบสถิติสูงสุดของสโมสรด้วย ซาลาห์ โดยเจ้าได้ย้ายมาเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและกลายเป็นนัดเตะอียิปต์คนแรกของลิเวอร์พูล ด้วย ซึ่งหลังจากเจ้าตัวย้ายกลับมาค้าแข้งที่อังกฤษอีกครั้งก็โชว์ฟอร์มได้สมราคาสถิติของสโมสรเสียจริงๆด้วยการนำเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆของศึกพรีเมียร์ลีกและปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ ซาลาห์ คือผู้แบกความหวังของสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างแท้จริง

ทีมชาติอียิปต์

ซาลาห์ เริ่มลงเล่นในชุดยู-20 และ ยู-23 พาทีมไปลงเตะศึกบอลโลกชุดเล็กก่อนที่ฟอร์มการเล่นจะเข้าตาสุดๆจนถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่และเบิกสกอร์แรกได้เป็นสำเร็จในเกมเอาชนะ เซียร่า ลีโอน ก่อนจะบวกสกอร์มาเรื่อยๆทั้งการซัดแฮทริคพาทีมเข้ารอบในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ พร้อมกับพ่วงได้รับทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้น ก่อนที่ในศึกฟุตบอลโลกก็รับบทบาทเป็นจอมทัพเหมือนเดิมและเป็นคนซัดประตูชัยส่งทีมบ้านเกิดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียกลางปีหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…

Read More

เรื่องล่าสุด

ความเห็นล่าสุด